ส่งผลกระทบต่อเกษตรกรผู้เลี้ยงปลากระชังในลำน้ำชี ทำให้ปลาขาดออกซิเจน
และเกิดโรคระบาด ผู้เลี้ยงหลายรายขาดทุน
แต่บางรายไม่ประมาทแก้ปัญหาทันขายปลาได้กำไร
นายพรม มาโชติ เกษตรกรผู้เลี้ยงปลากระชังในลำน้ำชี บ้านวังยาว
ตำบลเกิ้ง อำเภอเมืองมหาสารคาม เล่าว่า เลี้ยงปลากระชังมานานกว่า 10 ปี
จากฝนที่ตกต่อเื่นื่องระยะนี้ส่งผลกระทบต่อเกษตรกรผู้เลียงปลากระชัง
เนื่องจากสภาพน้ำที่ขุ่นและเศษสวะที่ลอยมากับน้ำ
ทำให้ปลาขาดออกซิเจนและมักเกิดโรคระบาด
โดยเฉพาะโรคตาแดงและโรคเห็บปลา
ที่ผ่านมีเกษตรกรหลายรายประสบปัญหาดังกล่าวทำให้ขาดทุนรายละ
200,000-300,000 บาท
สำหรับการแก้ปัญหาของตนนั้นได้หาวิธีการป้องกันไว้ก่อน
จึงทำให้รอดพ้นจากโรคระบาด
ด้วยการเฝ้าระวังและตรวจสอบสภาพน้ำหากมีฝนตกน้ำในลำน้ำเริ่มเปลี่ยนสี
หรือเรียกกันในหมู่เกษตรกรว่าเข้าสู่ฤดูน้ำแดง
จะต้องงดให้อาหารปลาในช่วงเช้า
แต่จะให้อาหารเฉพาะช่วงเย็นไปพร้อมกับการผสมยาปฏิชีวนะตามอัตรคำแนะนำที่
กำหนดไว้
ทั้งนี้ การหว่านอาหารควรหว่านให้กระจายเพื่อไม่ให้ปลาแย่งอาหาร
ซึ่งจะทำให้เกิดบาดแผลและเกิดโรคได้ง่าย นอกจากนี้
ในช่วงที่สภาวะอากาศเปลี่ยนแปลงและร้อนปลามักจะมีปัญหาระบบขับถ่ายและตายได้
ง่าย จึงได้ทดลองใช้นมเปรี้ยวผสมลงไปในอาหารพร้อมยาปฏิชีวนะ
ปรากฏว่าได้ผลดีทำให้การเลี้ยงปลาประสบผลสำเร็จ โดยเลี้ยงปลาทั้งหมด 36
กระชัง ปล่อยปลากระชังละ 900 ตัว มีอัตราการเลี้ยงรอดไม่่ำต่ำกว่า ร้อยละ
80 ทำให้มีรายได้ไม่ต่ำกว่า ปีละ 300,000 บาท
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น